เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2565 นายนรินทร์ กัลยาณมิตร ประธานกรรมการ กนอ. เป็นประธานพิธี
"ประกาศเจตนารมณ์นิคมอุตสาหกรรม Smart Park มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน" โดยกล่าวว่า
ตามที่รัฐบาลได้กำหนดเป้าหมายของประเทศไทยที่ต้องการจะบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน
(Carbon Neutrality) ภายในปี พ.ศ. 2593 ผ่านการดำเนินกิจกรรมด้านเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน
และเศรษฐกิจสีเขียว หรือ BCG Economy การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ในฐานะรัฐวิสาหกิจ
ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการพัฒนาและบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรม มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนเป้าหมายดังกล่าว
ด้วยการยกระดับมาตรฐานการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมภายใต้กรอบแนวคิดความเป็นกลางทางคาร์บอน
เป็นผู้นำในการลดก๊าซเรือนกระจก โดยการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน
เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในหลายมิติ เช่น การส่งเสริมการวิจัย พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม
เพื่อลดก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งการมีส่วนร่วมในการจัดทำมาตรการหรือสิทธิประโยชน์เพื่อสนับสนุน
และสร้างแรงจูงใจแก่ผู้ประกอบการ
การพัฒนานิคมอุตสาหกรรม Smart Park ในพื้นที่มาบตาพุด ซึ่งถือเป็นนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่
ที่ก้าวข้ามการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในพื้นฐานเดิม รองรับการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
หรือ New S-Curve เสริมสร้างความเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศที่ที่ทันสมัย ปลอดภัย ควบคู่ไปกับ
การดูแลสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ ภายใต้แนวคิด “นิคมอุตสาหกรรมที่มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน”
มุ่งเน้นความเป็นนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิลจากการเผาเพื่อผลิตความร้อน
และไม่อนุญาตให้มีปล่องระบายมลพิษทางอากาศ ซึ่งสอดคล้องกับมาตรการ Carrying Capacity
ที่ไม่อนุญาตให้มีการระบายมลพิษทางอากาศเพิ่มเติมในพื้นที่มาบตาพุด รวมทั้งลดการปล่อยมลพิษทางการจราจรและขนส่ง
รศ.ดร. วีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวรายงานว่า ตามที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี ได้แสดงเจตจํานงต่อภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ในการลดก๊าซเรือนกระจกของภาคอุตสาหกรรม ให้บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)
ภายในปี พ.ศ. 2593 กนอ. ในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ที่มีภารกิจหลักด้านการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม
และจัดให้มีบริการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการที่จำเป็นต่อการประกอบอุตสาหกรรม รวมทั้งระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม
และความปลอดภัย ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
โดยเฉพาะการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรม จึงได้กำหนดนโยบายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ กนอ.
เพื่อแสดงเจตจำนงในการมุ่งมั่นสู่การเป็นผู้นำในการลดก๊าซเรือนกระจก การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน
เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และสนับสนุนส่งเสริมแรงจูงใจให้กับผู้ประกอบการ นิคมอุตสาหกรรม/ท่าเรืออุตสาหกรรม
ให้ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพ
กนอ. ได้ตกลงทำสัญญาจ้างก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม Smart Park กับ บริษัท เทิดไท แอนด์ โค จำกัด เริ่มต้นงานก่อสร้าง
มาตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2564 และกำหนดแล้วเสร็จพร้อมเปิดดำเนินการนิคมอุตสาหกรรม Smart Park ได้ภายในปี 2567
ทั้งนี้ กนอ. ได้ร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทยส่งเสริมการใช้ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกในงานก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม Smart Park
ซึ่งปูนชนิดนี้มีวิธีการผลิตเช่นเดียวกับปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ธรรมดา แต่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ
และได้รับการรับรอง มอก. 2594
ในการดำเนินงานก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม Smart Park มีความจำเป็นต้องใช้คอนกรีตผสมเสร็จประมาณ 120,000 ลูกบาศก์เมตร
คิดเป็นปริมาณปูนซีเมนต์ประมาณ 40,000 ตัน บริษัท เทิดไท แอนด์ โค จำกัด ผู้รับจ้างก่อสร้างโครงการ ได้ตอบรับนโยบายของ กนอ.
ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์การก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทดแทนปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ธรรมดาทั้งหมด ซึ่งจะสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระยะก่อสร้างได้ถึงประมาณ 2,000,000 กิโลกรัม หรือ เท่ากับปลูกต้นไม้ได้ประมาณ 200,000 ต้น
เพื่อให้เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของนิคมอุตสาหกรรม Smart Park สัมฤทธิ์ผล กนอ. จะส่งเสริมการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย
มาใช้ในการจัดการพลังงานภายในนิคมอุตสาหกรรม Smart Park ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด
ทดแทนการพึ่งพาเชื้อเพลิงจากฟอสซิล เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานไฮโดรเจน และพลังงานชีวภาพ เป็นต้น รวมถึงส่งเสริมระบบ
การขนส่งภายในโครงการที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดและปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ โดยคาดว่าจะสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
ในระยะดำเนินการได้ถึงร้อยละ 70 เมื่อเทียบกับนิคมอุตสาหกรรมที่พัฒนาบนพื้นฐานเดิม
นอกจากนี้ กนอ. จะดำเนินโครงการ Carbon Symbiosis โดยการปลูกป่าในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม Smart Park จำนวน 238 ไร่
เพื่อปลูกต้นไม้เป็นแนวกันชนเชิงนิเวศ รวมทั้งทำหน้าที่ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ โดยคาดว่าจะลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์
ในบรรยากาศได้มากกว่า 500 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี
นายชนะ ภูมี นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย ได้กล่าวสนับสนุนว่า อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ให้ความสำคัญต่อการดำเนินการ
เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) โดยเฉพาะในเรื่องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas
Emission Reduction) ซึ่งเป็นวาระสำคัญระดับโลกที่ประเทศต่างๆ ได้ตกลงร่วมกันดำเนินการ และเป็นนโยบายสำคัญของไทยที่ต้องการ
ความร่วมมือดำเนินการจากทุกภาคส่วนให้บรรลุเป้าหมาย โดย ‘มาตรการทดแทนปูนเม็ดในการผลิตปูนซีเมนต์’ (Clinker Substitution
in Cement Industry) ถูกกำหนดให้เป็นหนึ่งในมาตรการหลักที่มีศักยภาพในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในสาขากระบวนการ
ทางอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ (Industrial Processes and Product Use: IPPU) โดยมอบอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์
รับไปขับเคลื่อนดำเนินการ
สมาชิกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย ซึ่งเป็นผู้ผลิตปูนซีเมนต์ของไทยทุกราย เห็นพ้องร่วมกันดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจก
อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิด “Together for our World รวมพลังเพื่อโลกของเรา” จึงร่วมกับสภาวิศวกร วิศวกรรมสถาน
แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสมาคมคอนกรีตแห่งประเทศไทย ผนึกกำลังร่วมกับภาครัฐ ภาควิชาชีพ ภาคอุตสาหกรรม
และภาคการศึกษา รวม 25 หน่วยงาน โดยการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากกระทรวงทรัพยากร-ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม
กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ ด้วยการส่งเสริมให้งานก่อสร้างประเภทต่างๆ
เปลี่ยนมาใช้ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกแทนปูนซีเมนต์ชนิดเดิม จนสามารถบรรลุเป้าหมายแรกลดก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 300,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์
เมื่อสิ้นปี พ.ศ. 2564 และขณะนี้ อยู่ระหว่างการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องเข้มข้น ภายใต้ ‘MISSION 2023’ ตั้งเป้าหมายลด ก๊าซเรือนกระจก
ให้ได้ไม่น้อยกว่า 1,000,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ ในปี พ.ศ. 2566 โดยอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์จะเร่งเดินหน้านำปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก
เข้าสู่การใช้งานในประเทศทั้งหมดแทนปูนซีเมนต์ชนิดเดิมโดยเร็วที่สุด ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนผ่านสำคัญของงานก่อสร้าง ทุกประเภทที่จะใช้
วัสดุก่อสร้างประเภทปูนซีเมนต์ที่ลดก๊าซเรือนกระจก ลดโลกร้อน และ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ขอบคุณสำหรับการแจ้งข้อผิดพลาด
ทางหน่วยงานจะรีบทำการแก้ไข และปรับปรุงเพื่อกาให้บริการที่ดีขึ้น